พิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พระกรุ” นั้นจัดสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของพิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พระกรุ” นั้นจัดสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของ นายภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่อง ละคณะทำงานทุกท่าน ที่ต้องการให้พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ เปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้ด้านพระเครื่อง  ของประเทศไทย เป็นดังศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องไทยในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งนับวันจะทรงคุณค่าทวีคูณทั้งทางด้านมูลค่า ความศรัทธา และความล้ำค่าในเชิงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเพื่อให้นักสะสม และผู้ที่มีใจรักในพระเครื่องได้ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของพระเครื่องไทยเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาสะสมด้วย ทางพิพิธภัณฑ์ฯ จึงได้รวบรวมพระเครื่อง ซึ่งมีพระหลัก               และพระเกจิต่างๆ ในอดีตที่มีความสวยงาม และเก่าแก่กว่าหลายร้อยปีถึงพันปี ควรค่าแก่การศึกษา พร้อมเปิดให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

โดยการจัดแสดงจะแบ่งเป็น 3 ชั้น ดังนี้

ส่วนจัดแสดง ชั้น 1 ห้องโถงต้อนรับ

เป็นจุดให้บริการข้อมูลและลงทะเบียน พร้อมรับชมวีดิทัศน์แนะนำความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ฯ 

ส่วนจัดแสดง ชั้น 2 เป็นห้องแสดงพระเครื่อง พระกรุ และห้องนิทรรศการ

ซึ่งจัดแสดงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ผ่านพระเครื่องให้ได้ชม ดังที่กล่าวไว้ว่า พระเครื่อง มีความเป็นมา และวิวัฒนาการอันยาวนาน ก่อนจะมาเป็นพระเครื่องนั้น ได้เกิดพระพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนไป คติการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและเลือนหายไปในที่สุด พระพิมพ์บางส่วนกลายมาเป็นพระเครื่อง โดยภายในห้องจัดแสดงนี้มีพระกรุ พระเครื่องมากมายให้ชมและศึกษา ซึ่งเป็นพระเครื่องที่มาจากแทบทุกส่วนของประเทศไทย  อาทิ พระสมเด็จวัดระฆัง พระซุ้มกอ “พระรอด” วัดมหาวัน จังหวัดลำพูน และ พระร่วงรางปืน จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น

ส่วนจัดแสดงชั้น 3 เป็นห้องเบญจภาคี และนิทรรศการ

เบญจภาคี คือ พระเครื่องห้าชนิดที่ถือว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่อง ได้แก่ พระสมเด็จ พระนางพญา พระกำแพงซุ้มกอ พระผงสุพรรณ และพระรอดซึ่งพระเบญจภาคีที่พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ นับเป็นชุดที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเป็นของชิ้นเอกที่หลายๆ ท่านคงอยากเห็น และอยากครอบครอง เป็นเจ้าของ นับเป็นพระเครื่องที่กระผมภูมิใจมากที่สุด เพราะได้มรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ    ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจมหาศาล ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้

การเปิด พิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พระกรุ” ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างมาตรฐานของพิพิธภัณฑ์พระเครื่องให้ครบทุกมิติ นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พระเครื่องไทยแล้ว ยังมุ่งหวังให้เป็นสถานที่ซึ่งนิสิต นักศึกษา นักวิชาการ จะได้มาศึกษาหาความรู้ พบปะแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้มาชมวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของพระเครื่องไทย ในเชิงการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ชาวต่างชาติที่สนใจได้เข้ามาท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยมากขึ้นอีกด้วย

  และคณะทำงานทุกท่าน ที่ต้องการให้พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ เปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้ด้านพระเครื่อง ของประเทศไทย เป็นดังศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องไทยในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งนับวันจะทรงคุณค่าทวีคูณทั้งทางด้านมูลค่า ความศรัทธา และความล้ำค่าในเชิงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเพื่อให้นักสะสม และผู้ที่มีใจรักในพระเครื่องได้ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของพระเครื่องไทยเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาสะสมด้วย ทางพิพิธภัณฑ์ฯ จึงได้รวบรวมพระเครื่อง ซึ่งมีพระหลัก     และพระเกจิต่างๆ ในอดีตที่มีความสวยงาม และเก่าแก่กว่าหลายร้อยปีถึงพันปี ควรค่าแก่การศึกษา พร้อมเปิดให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

                                                                                                          ขอขอบคุณผู้ที่สนใจ ในพระเครื่องพระกรุ

                                                                                                                                               ผู้ก่อตั้งและคณะทำงาน